sawadee

พระคือศุูนย์รวม เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ของชาวพุทธศาสนิกชน ทุกคน ต่างหวงแหน ต่างแสวงหามาครอบครอง จึงทำให้เกิด การแลกเปลี่ยนและมอบให้เป็นการตอบแทน และค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป จนในที่สุด กลับกลายมาเป็น ธุรกิจพระเครื่อง อย่างเต็มรูปแบบในยุค ITปัจจุบัน

 หลวงพ่อขาว วัดปราสาท อินทร์บุรี

                                                                                           
      

                                          

การอบรมพระภิกษุใหม่นั้น พระภิกษุใหม่ก็ต้องรู้จักข้อวัตรของตนเองก่อน และรู้จักอันตรายของภิกษุใหม่ คือ

๑. อดทนต่อคำสั่งสอนไม่ได้ เบื่อต่อคำสั่งสอนขี้เกียจทำตาม
๒. เป็นคนเห็นแก่ปากแก่ท้อง ทนความอดอยากไม่ได้
๓. เพลิดเพลินในกามคุณ ทะยานอยากได้สุขยิ่งๆ ขึ้นไป
๔. รักผู้หญิง

 

ภิกษุสามเณรผู้หวังความเจริญแก่ตน อย่าให้อันตราย 4 อย่างนี้ย่ำยีได้ ต่อไปนี้องค์แห่งภิกษุใหม่ 5 อย่าง
๑. สำรวมในพระปาฏิโมกข์ เว้นข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ทำตามข้อที่พระองค์อนุญาต
๒. สำรวมอินทรีย์ 6 คือระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดียินร้าย ในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย รู้ธัมมารมณ์ด้วยใจ
๓. เป็นคนไม่เอิกเกริกเฮฮา
๔. อยู่ในเสนาสนะอันสงัด
๕. มีความเห็นชอบว่าบาปมี บุญมี มรรค ผล นิพพานมี

 

ภิกษุใหม่ควรตั้งอยู่ในธรรม 5 อย่างนี้ นอกจากนี้แล้ว จงทำข้อวัตรให้ตรงต่อเวลาของกติกาในสำนักนั้น

ส่วนด้านภาวนาส่วนตัว เหมาะเวลาใดให้ทำเวลานั้น คือ บริกรรมภาวนาเช่นบริกรรม "พุทโธ" เป็นต้น อย่าสงสัยว่าธัมโม สังโฆอยู่ที่อื่น ก็อยู่ด้วยกันนั่นเอง แม้ 84,000 พระธรรมขันธ์ก็เช่นกัน

 

อนึ่ง เวลาเรากราบไหว้ครั้งที่ 1 ว่าพุทโธ อยู่ในใจ ครั้งที่ 2 ว่าธัมโม ครั้งที่ 3 ว่าสังโฆ แล้วยกขึ้นใส่หัวว่านิพพานนัง นี้หมายความว่าไหว้ย่อ ถ้าไหว้พิศดารก็แล้วแต่จะเห็นสมควร

 

และขอให้เข้าใจว่า เราไหว้ย่อนี้ครบ 84,000 พระธรรมขันธ์แล้ว เพราะสามารถขยายออกรวมกันได้ เหมือนเราเอากำปั้นตีดินลงตูมเดียว ก็ให้เข้าใจว่า ดิน น้ำ ไฟ ลม อยู่ที่ไหน ตีถูกหมดแล้ว ดังนี้เป็นต้น เพราะหัดให้ปัญญาแตกฉานในธรรมะ และวินัยอยู่ในตัว

 

จะอย่างไรก็ตามขอให้มีศรัทธาเชื่อในพระพุทธศาสนา พระธรรม พระสงฆ์ เป็นหลักอยู่ที่หัวใจไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อความเชื่อป็นหลักอยู่ในหัวใจแล้ว สิ่งอื่นๆ ก็ย่อมเป็นไปเอง ในวงศ์ของพระพุทธศาสนาถ้าความเชื่อไม่มีในหัวใจเป็นหลักแล้วสิ่งอื่นๆ ก็ถือว่าเป็นของเหลือวิสัยไปหมด การฝนทั่งให้เป็นเข็มก็ให้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เหลือวิสัย…ดังนี้เป็นต้น ถ้าไม่อย่างนี้แล้วก็ถอยศรัทธาหมด

 

และการภาวนาก็ให้บริกรรมติดต่ออยู่ทั้ง ยืน เดิน นั่ง นอน จะรวมหรือไม่รวมก็ไม่ต้องหากินทางคัดค้าน คำว่า " บริกรรม " คือกำกับอยู่กับภาวนานั่นเอง ถ้าบริกรรมไม่พอมันก็ไม่ลง ถ้าบริกรรมพอมันลงเอง ไม่ต้องบังคับดอก เมื่อมันลงรวมเป็นหนึ่งแล้วก็หยุดบริกรรมซะ ปล่อยให้มันพักอยู่นั่นเอง ถ้าไปเห็นสิ่งใดเป็นของแปลก หรือไม่แปลกก็ดี เป็นของน่ากลัวหรือน่าชอบก็ดี อย่าไปพะวงกับมันวางเฉยซะ ถ้านึกกลัวก็ให้คว้ากรรมฐานมาภาวนาอีก…อย่างนี้เสมอๆ ให้มันเห็นคุณในชั้นนี้เสียก่อน อย่าได้โลภไปในนโยบายอันอื่นเลย

 

ส่วนข้อวัตรของพระอาจารย์อันเป็นของประจำวันนั้น ก็ทำเท่าที่ท่านทรงอนุญาต ส่วนข้อวัตรส่วนรวม เช่นกวาดลานวัด เสนาสนะ เหล่านี้เป็นต้น ถึงเวลาก็ต้องไม่ดูดาย ต้องทำ มิฉะนั้นแล้วสมาธิ สมาบัติไม่เจริญ เอาท่านี้ก่อน ถ้าจะพูดไปมากผู้บวชใหม่ก็จะระอา แต่อาบัติปาราชิก 4 และสังฆาทิเสสนั้นเป็นอาบัติที่สำคัญมาก ผู้เป็นอาจารย์ต้องสอนให้รู้ให้ชัดทั้งคุณ และโทษนั้นๆ ด้วย จึงขอย่อจบเพียงนี้ก่อน

 

ป.ล. การนั่งขัดสมาธิ หรือนั่งพับเพียบ หรือนั่งห้อยเท้า หรือยืน เดิน ก็แล้วแต่เห็นสม ส่วนนอนนั้นก็นอนตะแคงข้างขวา หรือจะหงาย หรือจะทางซ้ายก็แล้วแต่สะดวก เมื่อไม่หลับเพียงใดก็นึกบริกรรมภาวนาเพียงนั้น ถ้าหลับไปแล้วก็เป็นเรื่องของหลับไปซะ วันหนึ่งคืนหนึ่งคิดเฉลี่ยรวมกันหลับ 4 ช.ม. พอแล้ว การฉันอาหารถ้ายังอีก 4-5 คำ แล้วจะอิ่มก็ให้ดื่มน้ำซะ เรียกว่าฉันพอดี และเรียกว่าหลับพอดี นึกในใจว่าไม่เห็นแก่หลับมากนัก และไม่เห็นแก่ฉันมากนัก นี้เรียกว่าปฏิบัติไม่ผิด

ที่มาบทความ http://www.inwza.com